Breaking News
You are here: Home » คลิปบอลยุโรป » Classic Match แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs เรอัล มาดริด

Classic Match แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs เรอัล มาดริด



แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-3 เรอัล มาดริด

สนาม :: โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
รายการ :: ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย เลก 2

11 รายชื่อตัวจริงของ แมนฯ ยูฯ (4-4-1-1): ฟาเบียง บาร์กเตซ – จอห์น โอเช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เวส บราวน์, มิกาเอล ซิลแวสต์ – โอเล่ กุนนาร์ โซชาร์, นิคกี้ บัตต์, รอย คีน, ไรอัน กิ๊กส์ – ฮวน เวรอน – รุด ฟาน นิสเตลรอย

ส่วนทีมเยือนก็มากันเต็มสูบ 11 ตัวจริง (4-2-3-1): อิเกร์ กาซิยาส – มิเชล ซัลกาโด้, อิบัน เอลเกร่า, เฟร์นานโด เอียร์โร่, โรแบร์โต้ คาลอส – โคล๊ด มาเกเลเล่, กูตี – หลุยส์ ฟิโก้, ซิเนดีน ซีดาน, สตีฟ แม็คมานามาน – โรนัลโด้

เกมนี้หาก “ปีศาจแดง” ชนะได้ 2-0 ก็เพียงพอแก่การผ่านเข้าสู่รอบต่อไป และเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ได้เสียวกันก่อน ดาวยิง “หน้าม้า” รุด ฟาน นิสเตลรอย ลากบอลผ่าน มิเชล ซัลกาโด้ มาสับไกเต็มข้อ แต่ก็ถูกกัปตันทีมชาติสเปนคนปัจจุบัน ที่ตอนนั้นยังอยู่ในวัยเอ๊าะๆ ปฏิเสธไว้ได้

http://www.smmonline.net/uploads/article/medium/20121227231806_303190474876.jpg

แต่แล้วกองเชียร์ในถิ่น โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ต้องเงียบกริบ เมื่อ โฆเซ่ มาเรีย กูเตียเรซ กูตี รับบอลจาก ซิเนดีน ซีดาน ก่อนไหลยาวทะลุช่องไปให้ โรนัลโด้ วิ่งไปเก็บ ก่อนสับไกต้วยฝีเท้าคมกริบผ่านมือนายทวารเลือดน้ำหอมของ แมนฯ ยูฯ เข้าไปกองก้นตาข่าย ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 12 (อีกแล้ว) และทำให้สกอร์รวมเป็น 4-1 ไปแล้ว นั่นหมายความว่าเจ้าบ้านงานหนักขึ้นเนื่องจากต้องยิงถึง 4 ประตูเพื่อเข้ารอบ

บาร์กเตซก็ไม่ใช่ไม้ประดับหน้าประตู “ปีศาจแดง” เสียทีเดียว เมื่อป้องกันไม่ให้ทีม เสียประตูด้วยการถอยกรูดไปปัดลูกชิพสุดสวยของ ฟิโก้ ไว้ได้ในจังหวะที่ลูกจะเสียบใต้คานไปแล้ว ก่อนตัวเองจะกลิ้งโค่โล่ไปกองอยู่ก้นตาข่ายแทนลูกบอล เล่นเอากองเชียร์เจ้าถิ่นใจเต้นไม่เป็นส่ำเลยทีเดียว

ก่อนหมดครึ่งแรกเหล่า “เร้ด อาร์มี่” ก็ได้หายใจโล่งขึ้น เมื่อในนาทีที่ 43 “พี่รุด” เข้าชาร์ตลูกเปิดของ โซลชาร์ แบบจ่อๆ 1 หลาถ้วนเข้าประตูไปได้ในที่สุด ไล่ตามมาเสมอกันที่ 1-1 จนได้ แต่งานยังหนักเป็นหิน เมื่อยังมีอีก 3 ลูกให้จัดการ

http://www.smmonline.net/uploads/article/medium/20121227231854_303190474811.jpg

ครึ่งหลังที่รัง “อสูรแดง” เริ่มต้นด้วยฝันร้ายเมื่อผ่านไปเพียง 5 นาที โรแบร์โต้ คาร์ลอส ทำชิ่งกับเพื่อนร่วมทีมหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษของ แมนฯ ยูฯ ก่อนปาดบอลเข้ากลางให้ โรนัลโด้ แปบอลไปกองก้นตาข่ายเจ้าถิ่นแบบง่ายๆ เป็นประตูที่ 2 ของทีมและของเจ้าตัวขึ้นนำไป 2-1 และสกอร์รวมตอนนี้ก็ไหลไปเป็น 5-2 แล้ว ทำให้ “ปีศาจแดง” แทบจะตกรอบแน่นอน เนื่องจากต้องยิงอีก 4 ประตูด้วยกัน

แต่ความหวังยังไม่ดับมอด เมื่อ 2 นาทีต่อมา ฮวน เซบาสเตียน เวรอน พาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษของ “ราชันชุดขาว” ก่อนจะปาดบอลไปหน้าประตูหมายจะให้ “พี่ม้า” เข้าชาร์ตตามสูตร แต่เป็น อิบัน เอลเกร่า ที่ทำสูตรให้สำเร็จด้วยการทำบอลพันขาแล้วปลิ้นเข้าประตูไป แมนฯ ยูฯ ตามมา 2-2

เรอัล มาริด หนีไปเป็น 3-2 จนได้ พร้อมกับแฮตทริกของดาวยิงบราซิเลี่ยน อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อโชว์ความเป็นเพชรฆาตล่าตาข่ายและไม่ได้มีดีแค่ในกรอบเขตโทษ ด้วยการส่งบอลแหวกอากาศจากนอกกรอบผ่านมือ บาร์กเตซ เข้าประตูไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมเยือนโกยประตูนอกบ้านได้ถึง 3 ลูก

http://www.smmonline.net/uploads/article/medium/20121227231936_303190474862.jpg

แต่เจ้าบ้านก็ยังมีศักดิ์ศรี เซอร์ อเล็กซ์ แก้เกมด้วยการส่ง เดวิด เบ็คแฮม ลงมา แล้วมิดฟิลด์หน้าหยกก็ระเบิดฟอร์มให้ทีมเยือนดูเป็นขวัญตา เพื่อบอกเป็นนัยๆ ว่า มาคว้าข้าไปเสียดีๆ ด้วยการปั่นฟรีคิกจากนอกกรอบเขตโทษในนาทีที่ 72 ส่งบอลโค้งเช็ดใต้คานเข้าไปตุงตาข่าย โดยที่ “ซาน อิเกร์” ไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย แต่ “หนุ่มเบ็คส์” ยังไม่หนำใจเมื่อพุ่งเข้าชาร์ตลูกผ่านของ รุด ฟาน นิสเตลรอย เป็นประตูขึ้นนำครั้งแรกให้ แมนฯ ยูฯ ในนาทีที่ 85 แต่เกมก็จบไปแบบนั้น “ปีศาจแดง” ชนะไป 4-3 แต่สกอร์รวมไม่พอ เรอัล มาดริด เฉือนชนะไป 6-5 แต่ก็ยังเรีกว่าสู้กันได้สนุกทั้ง 2 นัด เป็นเกมระดับเกิน 5 ดาวอย่างแท้จริง

ข้อมูลจาก :: www.smmsport.com

ฟูลแมตช์ครึ่งแรก

ฟูลแมตช์ครึ่งหลัง

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
http://www.sbobet-thb.net/
มั่นใน มั่นคงกับ แทงบอลกับเรา
สมัครใหม่รับโบนัส 50%
คอมมิสชั่น คูณ 2 ไปเลย
เสียมีคืน ยอดเสีย 5%
โทรเลย 088-1999999

Scroll To Top