Breaking News
You are here: Home » ข่าวฟุตบอล » แหล่งปั้นเด็กเทพ : 10 สุดยอดอะคาเดมีที่ว่ากันว่า ‘ดีที่สุด’ ในวงการลูกหนัง

แหล่งปั้นเด็กเทพ : 10 สุดยอดอะคาเดมีที่ว่ากันว่า ‘ดีที่สุด’ ในวงการลูกหนัง

http://gadgets.siamsport.co.th/wp-content/uploads/cv-soccers-10-best-youth-academies-ws-897x422.jpg

ก่อนจะโด่งดังเป็นนักฟุตบอลเก่งกาจมีชื่อเสียง แน่นอน การได้เข้าถึงระบบฝึกฝนที่ดีคือ พื้นฐานสำคัญ และนี่คือ 10 สุดยอดศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนของโลก

อาร์เอสซี อันเดอร์เลชท์ ยูธ อะคาเดมี (RSC Anderlecht Youth Academy)
อะคาเดมีแห่งนี้ มีเป้าหมายที่น่าสนใจคือ การปลุกปั้นนักเตะเยาวชนให้เติบโตขึ้นไปแล้ว สามารถลงเล่นในเกมระดับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ เมื่อถึงช่วงอายุ 18-21 ปี โดยจะเน้นหนักเรื่องเทคนิค, แท็คติก และการฝึกซ้อมสุดเข้มข้นตั้งแต่เด็กเท่าที่จะทำได้ เช่น นักเตะกลุ่มอายุต่ำกว่า 14 ปีจะเริ่มเล่นกันเป็นทีมในระบบ 3-4-3 ก่อน หลังจากนั้น จะมีการเปลี่ยนไปลองระบบ 4-3-3 เพื่อให้โอกาสนักเตะเกมรุก ได้ฝึกฉายแสง ส่วนนักเตะเกมรับ ก็เน้นทำงานกันเป็นทีมมากขึ้นนั่นเอง ผลงานที่ผ่านมา มีทั้ง แวงซ็องต์ กอมปานี, โรเมลู ลูกากู หรือ อัดนาน ยานาไซ

ดินาโม ซาเกร็บ อะคาเดมี (Dinamo Zagreb Academy)
นี่คือ แหล่งปลุกปั้นยอดนักเตะชาวโครเอเชียอย่าง ‘ลูก้า โมดริซ, นิโก้ ครานชาร์ และ เดยัน ลอฟเรน’ ซึ่งเข้ามาสร้างชื่อในลีกยอดนิยมอย่าง ‘พรีเมียร์ลีก’ ได้ โดยภายใต้งบประมาณ 1 ล้านยูโรต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยกว่าอีกหลายศูนย์ฝึก กลับให้ผลงานอย่างน่าประทับใจ ด้วยนโยบายอันน่าสนใจที่เน้นให้นักเตะฝึกซ้อมในรูปแบบฟุตบอลสนามเล็ก 5 คน และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าภายใต้สถานการณ์ต่างๆ โดยไม่ยึดติดกับแผนการเล่น หรือระบบ

เพรสซิเดนต์ เลาโด นาเทล แอตลีตส์ ฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์ (President Laudo Natel Athletes Formation Center)
อะคาเดมีของสโมสร เซา เปาโล มีพื้นที่กว่า 220,000 ตารางเมตรและตั้งอยู่บนเนินเขานอกเมือง โดยมีสนามอยู่ 8 สนาม, สระว่ายน้ำ 2 สระ, ที่พัก และบริการด้านสุขภาพที่รองรับนักเตะเยาวชนได้เกินกว่า 100 คน ซึ่งนั่นหมายถึง พวกเขามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ภายใต้บรรยากาศอันสวยงาม ทั้ง ‘ลูคัส มัวร่า, ออสการ์ และ ริคาร์โด้กาก้า’ ก็เติบโตมาจากที่นี่ ซึ่งเป็นศูนย์บ่มสกิลลูกหนังสไตล์แซมบ้า เพื่อส่งออกพ่อค้าแข้งไปตามลีกดังทั่วโลก

เดอะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี (The Manchester United Academy)
ก่อนที่จะล้ำสมัยด้วยศูนย์แพทย์ และวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงลงทุนปรับปรุงศูนย์ใหม่ไปกว่า 60 ล้านปอนด์ อะคาเดมี ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยู่ในคอมเพล็กซ์ คือ ‘ผู้สร้างเดอะแก็งค์ คลาสส์ ออฟ เก้าสอง (Class of 92,)’ ที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ระดับโลก อย่างเช่น ‘เดวิด แบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลล์และอีกหลายคน’ ซึ่งทุกคนผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก โดยเฉพาะจิตวิทยา เพราะพวกเขาเชื่อว่า ‘ใจ’ จะเป็นตัวนำพาทุกอย่าง นอกจากนี้ ยังได้รับการพูดถึงเรื่องความมั่นคงปลอดภัยและรูปแบบการฝึกซ้อมในทางลับมากที่สุดในยุโรปด้วย

ซานโตส เอฟ.ซี. รีเซิร์ฟส แอนด์ อะคาเดมี (Santos F.C. Reserves & Academy)
‘เปเล่’ ตำนานหนังลูกโลกสร้างแหล่งบ่มเพาะเด็กเทพแห่งนี้ขึ้น ซึ่งผลผลิตสร้างชื่อของพวกเขาคือ ‘ดีเอโก้, โรบินโญ่ และ เนย์มาร์’ โดยตั้งอยู่ใกล้กับ เอสตาดิโอ อูร์บาโน่ คัลไดร่า สนามเหย้าของสโมสร และมีคอมเพล็กซ์ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สำหรับรองรับนักเตะเยาวชนประมาณ 270 คน ซึ่งพวกเขาจะเน้นทั้งในเรื่องการศึกษาที่ตั้งอยู้ใกล้กัน, การฝึกยุทธศาตร์เพื่อความเป็นเลิศในเชิงลูกหนังและสุขภาพเต็มรูปแบบ

เซาแธมป์ตัน เอฟ.ซี. อะคาเดมี (Southampton F.C. Academy)
เลส รีด ผู้อำนวยฝ่ายบริหารด้านฟุตบอล ได้ทำการปฏิวัติอะคาเดมี่แห่งนี้ ด้วยงบ 30 ล้านปอนด์ เพื่อเสริมสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน แล้วก็ผลิตนักเตะชั้นยอดออกสู่ท้องตลาดต่อจากรุ่นของ ‘แกเร็ธ เบล, ธีโอ วัลคอต หรือ อดัม ลัลลานา’ โดยจุดเด่นของพวกเขาอยู่ตรงทีมแมวมองขั้นเทพ ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก เพราะพวกเขาเชื่อว่า การได้เด็กดีๆ มาจะทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง รวมถึงระบบการฝึกที่เน้นให้เด็กเห็นของจริง เพื่อให้มีแรงผลักดัน

บาเยิร์น มิวนิค จูเนียร์ ทีม (The Bayern Munich Junior Team)
ก่อตั้งมาเมื่อปี ค.ศ. 1902 โดยมีลูกศิษย์อย่าง ‘ฟร๊านซ์ เบคเคนบาวเออร์, เซปป์ ไมเออร์’ ที่เติบโตจากสายนักเตะเกมรับ จนกลายมาเป็นตำนานของทีม อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 1995 ทางสโมสรก็มีการกำหนดภารกิจใหม่ เพื่อให้ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในโลกฟุตบอลยุคมิลเลเนียม โดยอะคาเดมีของพวกเขาได้เปลี่ยนไปใช้ระบบการฝึกภายใต้แท็คติกแบบ 4-3-3 ซึ่งได้ก่อกำเนิดนักเตะชั้นยอดในสังกัด บาเยิร์น มิวนิค มากมาย เช่น ‘ฟิลิปป์ ลาห์ม, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ หรือ โธมัส มุลเลอร์ เป็นต้น

อคาเดเมีย สปอร์ติ้ง (Academia Sporting)
ศูนย์ฝึกเยาวชนขนาด 250,000 ตารางเมตร ที่ตั้งอยู่นอกเมืองลิสบอนของโปรตุเกสนี้ ประกอบไปด้วยทุกอย่างที่อะคาเดมียุคใหม่ควรมี โดยเฉพาะในแง่ความทันสมัยของศูนย์ฝึกซ้อม และการฟื้นฟูร่างกาย โดยก็เคยเป็นบ้านหลังที่สองของ ‘คริสเตียโน โรนัลโด้, นานี่’ สมัยที่ยังเป็นนักเตะเยาวชน รวมถึง ‘หลุยส์ ฟีโก้’ ที่เสมือนเป็นนักเรียนดีเด่นในศูนย์ฝึกนี้เลย

ลา มาเซีย (La Masia)
หลายคนคงรู้จักอะคาเดมีแห่งนี้แล้ว เพราะนี่คือ ศูนย์ฝึกนักเตะเยาวชนของบาร์เซโลน่า โดยว่ากันว่า เป็นอะคาเดมีที่ตอบโจทย์โลกของฟุตบอลยุคใหม่ได้มากที่สุด ด้วยรูปแบบที่เน้น ‘โททัล ฟุตบอล (Total Football)’ ซึ่งเป็นศาสตร์ฟุตบอลชั้นสูง เพื่อให้นักเตะเล่นทดแทนหรือสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้หมดทุกคน คล้ายการเคลื่อนที่ของนักเตะในกีฬาฟุตซอลที่หมุนเวียนกันทำเกมรับ และรุก แน่นอน การจะทำแบบนั้นได้ ก็จะต้องถูกฝึกให้มีทักษะในการครองบอล หรือเซนส์ระบบทีมเวิร์คชั้นยอด ส่วนผลงานคงไม่ต้องบรรยายมาก รายชื่อนักเตะเข้าชิงบัลลงก์ ดอร์ เคยมีนักเตะจากทีมเยาวชนบาร์เซโลน่าเข้าชิงพร้อมกันถึง 3 คนคือ ‘อันเดรส อิเนสต้า, ชาบี้ เออร์นันเดซ และ ลิโอเนล เมสซี่’

เอเอฟซี อาแจ็กซ์ ยูธ อะคาเดมี (AFC Ajax Youth Academy)
ทีมยักษ์ใหญ่จากแดนกังหันลม ซึ่งเคยเป็นแชมป์ยุโรปถึง 4 สมัย มีศูนย์ฝึกเยาวชนที่ว่ากันว่า ‘ดีที่สุดในโลก’ แล้วก็เป็นอีกสุดยอดอะคาเดมี่แห่ง ‘โททัล ฟุตบอล’ อย่างแท้จริง จากการปลุกปั้นของ ‘โยฮัน ครัฟฟ์’ ตำนานของทีม และวงการลูกหนังโลกที่วางนโยบายว่า ทีมทุกชุดของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จะต้องเล่นแบบคิดเร็วทำเร็ว และเปลี่ยนแท็คติกเป็นระบบ 4-3-3 ซึ่งก็มีทริคด้วย โดยการดูเทคนิค, ความเข้าใจ, สไตล์และความเร็วของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร? เพื่อให้ปรับเข้าสู่โหมด ‘โททัล ฟุตบอล’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

นี่คือ อะคาเดมี ที่ว่ากันว่า เจ๋งและดีที่สุดในโลก เมื่อดูจากทั้งผลงานและผลผลิตที่ผ่านมา ส่วนในเมืองไทยของเราก็หวังไว้ว่า ต่อไปจะมีศูนย์ฝึกเยาวชนที่ดีขึ้นไม่แพ้ต่างชาติด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจาก :: gadgets.siamsport.co.th

Scroll To Top