Breaking News
You are here: Home » บทความ » สถานีต่อไปของ “รูนี่ย์” ที่ไม่ใช่กับปีศาจแดง

สถานีต่อไปของ “รูนี่ย์” ที่ไม่ใช่กับปีศาจแดง


แม้ว่าตอนนี้ฟอร์มการเล่นของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะยังเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้นัก แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ยิ่งนานวันก็ยิ่งชัดเจนกว่าอะไรทั้งนั้น ซึ่งนั่นก็คืออนาคตของเวย์น รูนี่ย์ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดนั่นเอง

ที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงในอนาคตของรูนี่ย์ แต่เมื่อครั้งอดีตดูเหมือนเจ้าตัวจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะอยู่หรือไปจากทีม (ทั้งในยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันและเดวิด มอยส์) แต่กับตอนนี้สถานการณ์มันค่อนข้างจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

อดีตดาวเตะเอฟเวอร์ตันตกเป็นตัวเลือกสุดท้ายในแนวรุกและเป็นตัวสอดแทรกตามโอกาสในตำแหน่งมิดฟิลด์ของทีม หลังจากที่เจ้าตัวฟอร์มตกฮวบฮาบ ชนิดที่แทบจะไม่เห็นฝีเท้าที่เคยสร้างชื่อให้กับเจ้าตัวเอาไว้เลยแม้แต่นิด

สิ่งที่ยืนยันชนิดตอกย้ำไปที่หัวตะปูได้มากที่สุดก็ในเกมที่ “ปีศาจแดง” เฝ้าบ้านเสมอกับอาร์เซนอลไป 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง

โจเซ่ มูริญโญ่กุนซือของทีมตัดสินใจส่งมาร์คัส แรชฟอร์ดลงเล่นเป็นหน้าเป้า ในยามที่ซลาตัน อิบราฮิโมวิชติดโทษแบนไม่สามารถลงสนามได้ เมิน รูนี่ย์ ที่ถือว่าเป็นนักเตะที่ถูกโฉลกกับการเล่นกับ “ปืนใหญ่” มากที่สุด เพราะนับตั้งแต่ค้าแข้งมาในทุกรายการเขาระเบิดประตูใส่ลูกทีมของอาร์แซน เวนเกอร์มาแล้วถึง 14 เม็ด

แต่ก็อย่างที่เกริ่นไปแล้วนั่นแหละครับว่า นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตและตอนนี้ รูนี่ย์ ก็ไม่หลงเหลือสภาพนักเตะที่เคยตะบี้ตะบันบุกลุยใส่แนวรับของคู่แข่งแล้วทำประตู ก่อนจะนำชัยชนะมาสู่ทีมได้

อย่างที่เราทราบกันดีว่าก่อนหน้านี้ มูริญโญ่ เองก็ดูเหมือนจะพยายามเข็นให้ รูนี่ย์ ได้ลงเล่น แม้ว่าจะความเป็นศูนย์หน้าจะถูกลักพาเอาไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่ก็ได้โอกาสลงเป็นหน้าต่ำหรือกองกลาง ถึงอย่างนั้นผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ได้แตกต่าง จนสุดท้ายก็ต้องยกธงขาวยอมแพ้ ให้เจ้าตัวนั่งเป็นสำรองแทน

ดัชนีการค้าแข้งของ รูนี่ย์ พุ่งหัวลงต่ำเรื่อยมาตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลนี้และตอนนี้ก็กลายเป็นตัวสำรองถาวรไปแล้วด้วย

หากแต่เรื่องนั้นยังไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุดที่เกิดขึ้นกับเขา เพราะล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งจะโดน The Sun สื่อจอมแฉออกมาเปิดเผยว่า กัปตันทีมชาติอังกฤษเมาชนิดเละเทะในงานแต่งของบ่าวสาวคู่หนึ่งที่โรงแรม ภายหลังเกมที่ “สิงโตคำราม” เอาชนะสก็อตแลนด์ไปได้ 3-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ

แม้ว่าแข้งวัย 31 ปีจะออกมาขอโทษกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่กระแสแง่ลบก็พุ่งถาโถมเข้าหาตัวเขาซะจนหยุดไม่อยู่เสียแล้ว

ว่ากันตามตรงกับนักฟุตบอลสมัยนี้ อาจไม่ใช่เรื่องแปลกในการที่จะมีปาร์ตี้หรือดื่มบ้างตามวาระโอกาส ตามความเหมาะสม แต่ในฐานะกัปตันทีมชาติและสโมสร แถมยังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มไม่เอาอ่าวแล้ว รูนี่ย์หมดสิทธิ์ที่จะตอบโต้อะไรใดๆเลยจากมุมมองของผม

ยิ่งอยู่ในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบาก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ภาพลักษณ์” หรือ “สิ่งที่แสดงออก” มาของตัวนักเตะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อทิศทางและทัศนคติของผู้คนรอบข้าง มิฉะนั้นแล้วการที่จะถูกกล่าวโทษ แม้ว่ามันจะมีบางคำพูดที่เกินเลยไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นเพราะเจ้าตัวพลาดเอง

สถานะของรูนี่ย์ ค่าเหนื่อยและชื่อเสียงของเขา คือสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวมีทุกอย่างอย่างที่เป็นในวันนี้ มันจึงเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของเขาที่ต้องรักษาสถานภาพตัวเองเอาไว้ แต่กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เจ้าตัวเสียไปทั้งฟอร์มในสนามและภาพลักษณ์นอกสนาม

อย่างที่บอกไปว่าแม้มันจะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แถม “เสี่ยหมู” ก็เคยเมาออกสื่อมาแล้วในอดีต แต่น้ำหนักของความถูก-ผิดมันมักจะแปรผกผันกับสถานการณ์นั้นๆ ขอยกตัวอย่างจาก 2 นักเตะร่วมทีมเดียวกันของเขาอย่างพอล ป็อกบาและเม็มฟิส เดปาย

สมัยอยู่ยูเวนตุส ป็อกบาเล่นได้อย่างเฉิดฉาย เข้าฟอร์มจนกลายเป็นนักเตะแถวหน้าของยุโรป แม้ในตอนนั้นเจ้าตัวก็มักที่จะง้วนอยู่กับการเปลี่ยนทรงผม เสริมความเท่ของตัวเอง ซึ่งก็ไม่มีใครมีปัญหาอะไร เพราะแข้งเลือดเฟร้นช์เล่นได้ดี แต่พอมาเล่นให้กับแมนฯยูไนเต็ดแล้วยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ พอเปลี่ยนทรงผมไปเรื่อยก็โดนวิจารณ์ว่าสนใจเรื่องนอกสนาม ห่วงหล่อมากกว่าฟอร์มการเล่นที่ยังไม่ใกล้เคียงค่าตัวสถิติโลกที่มี

หรืออย่างเดปายที่เจ้าตัวชื่นชอบแฟชั่น ความหรูหรามาตั้งแต่สมัยเล่นให้กับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น แต่พอย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ยังปรับตัวไม่ได้ ยิ่งเล่นยิ่งกดดันและแย่ลง แต่ยังคงแฟชั่นจ๋านอกสนาม แถมด้วยการซื้อรถหรูใหม่ ก็โดนถล่มยับจากทั้งนักเตะรุ่นพี่และบรรดาแฟนบอลเช่นเดียวกัน

ฉะนั้นจะเห็นได้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันมีทิศทางความหนัก-เบาในตัวของมันเองและสำหรับตอนนี้ รูนี่ย์ ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันมากพอสมควรและมันก็น่าจะยิ่งเข้าไปเสริมกับการตัดสินใจอะไรบางอย่างที่เจ้าตัวน่าจะต้องทำในช่วงสิ้นฤดูกาลนี้

นั่นคือการย้ายออกจากทีม “ปีศาจแดง” และมุ่งหน้าออกจากประเทศอังกฤษที่บ้านเกิดของตนเอง

สาเหตุก็อย่างที่กล่าวไปว่าเจ้าตัวตกเป็นตัวเลือกท้ายๆในทีมและยังคงไม่สามารถหาแรงจูงใจในการกลับมาเล่นให้ดีได้อีกครั้ง ฉะนั้นแล้วการย้ายออกไปน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของตัวเขาเองและสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการค้าแข้งในต่างทวีปอย่างสหรัฐ อเมริกาหรือจีน ที่ซึ่งเขาจะสามารถทำเงินได้อีกมากมายมหาศาลแม้ว่าจะอยู่ในช่วงโรยราแล้วก็ตาม

แน่นอนว่ารูนี่ย์คงจะไม่ย้ายไปเล่นให้กับทีมอื่นในอังกฤษ เพราะดูแล้วบรรดาทีมหัวแถวคงไม่มีใครอยากเสี่ยงแบกค่าตัวและค่าเหนื่อยอันแสนแพง แล้วต้องลุ้นว่าจะเล่นได้ดีหรือไม่ ส่วนทีมกลางหรือเล็กลงไปนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

และยิ่งมีเรื่องข่าวฉาว ซึ่งแน่นอนว่าสื่อของอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องการเล่นงานตามกัดไม่ปล่อยโดยเฉพาะกับนักเตะในชาติตัวเองแล้วด้วยเนี่ย หากทนอยู่ในฐานะตัวสำรองนั่งกินเงินมหาศาลและเบียดบังโอกาสในทีมของตัวเองต่อไป คงไม่พ้นการโดนตามวิจารณ์และเล่นงานจากบรรดาสื่อเป็นแน่

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทีมปักกิ่ง กั๋วอันในลีกแดนมังกรติดต่อเพื่อขอเจรจาการซื้อตัวรูนี่ย์จากแมนฯยูไนเต็ดจริง แต่เจ้าตัวได้ตอบปัดไปเมื่อช่วงต้นฤดูกาล เพราะเชื่อว่ายังสามารถลงเล่นในพรีเมียร์ ลีกให้กับต้นสังกัดได้อยู่

แต่เชื่อว่าจากสถานการณ์และสถานภาพของเจ้าตัวที่เปลี่ยนไปแล้วนั้น เชื่อว่าหากมีข้อเสนอเข้ามาอีก คำตอบน่าจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอจากทีมไหนหรือลีกใดก็ตาม

สิ่งที่ผมเชื่อแน่นอนอย่างหนึ่งก็คือ เวลาของรูนี่ย์กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะจบลงเมื่อสิ้นสุดเกมนัดที่ 38 ในฤดูกาลนี้นั่นแหละครับ

 

 

ข้อมูลจาก :: Zaine_R

Scroll To Top